ทุกครั้งที่เกิดข่าวอุบัติเหตุรถบัสร้ายแรงในประเทศไทย มักพบว่ารถคันที่เกิดเหตุเป็น "รถบัส 2 ชั้น" ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนหลายฝ่ายทั้งภาครัฐและองค์กรผู้บริโภคออกมาเรียกร้องให้ทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยของรถประเภทนี้อย่างจริงจัง คำถามที่คนวางแผนเดินทางเป็นหมู่คณะมักสงสัยคือ ความปลอดภัยรถบัส 2 ชั้น กับ ความปลอดภัยรถบัสชั้นเดียว ต่างกันอย่างไร และทำไมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนนจึงแนะนำให้เลือกใช้รถบัสชั้นเดียวเป็นหลัก
บทความนี้ DASH MV จะพาไปดูข้อมูลเชิงลึกที่อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ ทั้งกรมการขนส่งทางบก สภาองค์กรของผู้บริโภค และงานวิจัยด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อให้ทุกคนตัดสินใจเลือกยานพาหนะสำหรับทริปได้อย่างมั่นใจ
รถบัส 2 ชั้น กับรถบัสชั้นเดียว ต่างกันอย่างไรตามกฎหมาย
ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก รถโดยสารสองชั้นถูกจัดเป็นรถมาตรฐาน 4 ซึ่งมีห้องโดยสารชั้นล่างและชั้นบนแยกจากกันโดยเด็ดขาด มีทางขึ้น-ลงด้านข้างและภายในตัวรถอย่างน้อยหนึ่งทาง โดยกฎหมายกำหนดให้ความสูงของตัวรถต้องไม่เกิน 4.3 เมตร ความยาวไม่เกิน 12 เมตร และความกว้างไม่เกิน 2.55 เมตร ในขณะที่รถบัสชั้นเดียวมีโครงสร้างเตี้ยกว่ามาก จุดศูนย์ถ่วงจึงอยู่ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
ที่น่าสนใจคือ ตั้งแต่ปี 2560 กรมการขนส่งทางบกได้ปรับลดเพดานความสูงของรถโดยสารที่จดทะเบียนใหม่ให้เหลือไม่เกิน 4.00 เมตร จากเดิม 4.30 เมตร เพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม ยังพบว่ารถบัสสองชั้นที่ให้บริการอยู่จริงในประเทศไทยจำนวนมากมีความสูงเกินเกณฑ์ดังกล่าว เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นรถที่ประกอบโครงสร้างขึ้นเองภายในประเทศ
ศูนย์ถ่วงรถบัสคือปัจจัยสำคัญที่กำหนดความเสี่ยง
หัวใจสำคัญของความแตกต่างด้านความปลอดภัยระหว่างรถบัสสองประเภทนี้อยู่ที่ "จุดศูนย์ถ่วง" หากยังไม่แน่ใจว่าศูนย์ถ่วงรถบัสคืออะไรและมีผลต่อการทรงตัวของรถอย่างไร สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความ ศูนย์ถ่วงรถบัสคืออะไร?

โดยสรุปสั้น ๆ คือ จุดศูนย์ถ่วงยิ่งอยู่สูงจากพื้นถนนมากเท่าไร รถก็ยิ่งมีแนวโน้มเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำได้ง่ายขึ้นเมื่อเข้าโค้งหรือเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน นักวิชาการด้านเทคโนโลยียานยนต์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังอธิบายว่า รถบัสสองชั้นมีตำแหน่งศูนย์ถ่วงสูงกว่ารถบัสชั้นเดียวอย่างชัดเจน และยิ่งมีผู้โดยสารนั่งอยู่ชั้นบนมากเท่าไร จุดศูนย์ถ่วงของรถก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก
ส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพในการขับขี่ โดยเฉพาะบนเส้นทางที่มีทางโค้งหักศอกหรือทางลาดชัน ซึ่งประเทศไทยมีเส้นทางลักษณะนี้อยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สถิติอุบัติเหตุยืนยันความเสี่ยงที่แตกต่างกันชัดเจน
ข้อมูลจากหลายแหล่งที่น่าเชื่อถือชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่ารถบัสสองชั้นมีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุรุนแรงสูงกว่ารถบัสชั้นเดียวอย่างมีนัยสำคัญ สภาองค์กรของผู้บริโภคเปิดเผยว่าเมื่อเทียบอัตราการเกิดอุบัติเหตุตามสัดส่วนจำนวนรถ รถโดยสารสองชั้นมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุรุนแรงมากกว่ารถโดยสารชั้นเดียวถึง 6 เท่า โดยเฉพาะในเส้นทางที่มีความลาดชัน
ตัวเลขจากกรมการขนส่งทางบกยังระบุอีกว่า จากรถโดยสารสองชั้นที่จดทะเบียนอยู่ราว 7,300 คัน เกิดอุบัติเหตุไปแล้ว 107 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 24 ราย ในขณะที่รถโดยสารชั้นเดียวซึ่งมีจำนวนมากกว่าถึงราว 94,000 คัน กลับเกิดอุบัติเหตุ 191 ครั้ง แต่มีผู้เสียชีวิตเพียง 30 ราย ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าแม้จำนวนรถบัสสองชั้นจะมีน้อยกว่ารถชั้นเดียวมาก แต่ความรุนแรงของอุบัติเหตุต่อคันกลับสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยยังพบว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุลักษณะรถตกไหล่ทางหรือพลิกคว่ำ โครงสร้างของรถบัสสองชั้นมักยุบตัวรุนแรง โดยเฉพาะโครงสร้างชั้นบนที่อาจเสียหายจนหายไปทั้งหมด ทำให้ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ชั้นบนมีความเสี่ยงได้รับอันตรายรุนแรงกว่าผู้โดยสารชั้นล่างอย่างมาก
มาตรการควบคุมของภาครัฐต่อรถบัสสองชั้น
ด้วยความกังวลด้านความปลอดภัยที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง กรมการขนส่งทางบกได้ออกมาตรการควบคุมรถโดยสารสองชั้นมาเป็นระยะ เริ่มตั้งแต่ปี 2559 ที่มีคำสั่งหยุดรับจดทะเบียนรถโดยสารสองชั้นคันใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม รถที่จดทะเบียนไว้ก่อนหน้านั้นยังคงได้รับอนุญาตให้วิ่งให้บริการต่อไปได้ ทำให้ปัจจุบันยังมีรถโดยสารสองชั้นหมุนเวียนอยู่ในระบบทั่วประเทศจำนวนมาก
ล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลางมีมติห้ามรถโดยสารสองชั้นเดินรถในทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงสี่แยกกบินทร์บุรี-วังน้ำเขียว ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีสถิติอุบัติเหตุสูงต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการผ่อนผันการบังคับใช้ในอีกหลายเส้นทางที่มีการปรับปรุงสภาพถนนแล้วออกไปเป็นการชั่วคราว มาตรการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐเองก็ตระหนักถึงความเสี่ยงเฉพาะเจาะจงของรถบัสสองชั้นในเส้นทางที่มีความลาดชันและทางโค้งมาก
นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังกำหนดให้รถโดยสารที่มีความสูงเกิน 3.6 เมตรต้องผ่านการทดสอบความลาดเอียง หรือ Tilt Test ก่อนได้รับอนุญาตให้ใช้งาน เพื่อประเมินเสถียรภาพของตัวรถ แต่ข้อจำกัดคือระบบนี้ตรวจสอบได้เฉพาะรถรุ่นใหม่เท่านั้น ส่วนรถรุ่นเก่าที่ยังวิ่งอยู่ในระบบจะอาศัยเพียงระบบ GPS ควบคุมความเร็วเป็นหลัก ซึ่งยังมีข้อจำกัดด้านการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์
ทำไม DASH MV เลือกใช้รถบัสชั้นเดียวเพื่อความปลอดภัยของทุกทริป
จากข้อมูลทั้งหมดข้างต้น DASH MV จึงยึดหลักความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่งด้วยการให้บริการเฉพาะรถบัสชั้นเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นทริปท่องเที่ยว ทริปสัมมนา หรือทริปทัศนศึกษา หากต้องการทราบรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับเหตุผลและมาตรฐานที่ DASH MV ยึดถือ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ ทำไม DASH MV เลือกใช้รถบัสชั้นเดียว ซึ่งอธิบายทั้งด้านโครงสร้างรถ การตรวจสภาพ และมาตรฐานคนขับที่ช่วยลดความเสี่ยงตลอดการเดินทาง
เลือกใช้รถบัสชั้นเดียวให้เหมาะกับแต่ละประเภททริป
ความปลอดภัยของรถบัสชั้นเดียวไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องจุดศูนย์ถ่วงต่ำเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงความเหมาะสมในการใช้งานที่หลากหลายรูปแบบ ดังนี้
ทริปโรงงานและรับส่งพนักงาน
สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความสม่ำเสมอและปลอดภัยในการรับส่งพนักงานทุกวัน บริการเช่ารถบัสสำหรับโรงงานของ DASH MV ใช้เฉพาะรถบัสชั้นเดียวที่ผ่านการตรวจสภาพอย่างสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของพนักงานในระยะยาว
ทริปทัศนศึกษาสถานศึกษา
ความปลอดภัยของนักเรียนนักศึกษาคือสิ่งที่ไม่สามารถประนีประนอมได้ บริการเช่ารถบัสสถานศึกษาจึงเน้นรถบัสชั้นเดียวที่มีเสถียรภาพสูง พร้อมคนขับที่ผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวด
ทริปท่องเที่ยวหมู่คณะ
สำหรับองค์กรหรือกลุ่มเพื่อนที่วางแผนไปเที่ยวต่างจังหวัด โดยเฉพาะเส้นทางที่มีภูเขาหรือทางโค้งมาก บริการเช่ารถบัสท่องเที่ยวของ DASH MV ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกการเดินทางจะปลอดภัยตลอดเส้นทาง แม้ในเส้นทางที่มีความเสี่ยงสูง
ทริประยะสั้นแบบรายวัน
สำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเดินทาง บริการเช่ารถบัสรายวันก็ยังคงมาตรฐานเดียวกัน คือใช้รถบัสชั้นเดียวเท่านั้นในทุกทริป ไม่ว่าจะเป็นทริประยะสั้นหรือระยะยาว
สรุป
ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก สภาองค์กรของผู้บริโภค และงานวิจัยด้านความปลอดภัยทางถนนต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่ารถบัสสองชั้นมีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุรุนแรงสูงกว่ารถบัสชั้นเดียวอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลักมาจากจุดศูนย์ถ่วงที่สูงกว่า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพในการขับขี่ โดยเฉพาะบนเส้นทางที่มีทางโค้งและทางลาดชัน แม้ภาครัฐจะเริ่มออกมาตรการควบคุมมาอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้บริโภคเองก็ควรมีความรู้และตระหนักถึงความเสี่ยงนี้ก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการรถโดยสาร
DASH MV ในฐานะผู้ให้บริการเช่ารถบัสที่ยึดหลักความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง จึงเลือกให้บริการเฉพาะรถบัสชั้นเดียวในทุกประเภททริป ไม่ว่าจะเป็นทริปโรงงาน สถานศึกษา ท่องเที่ยว หรือทริปรายวัน เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย ติดต่อทีมงาน DASH MV วันนี้เพื่อขอคำปรึกษาและวางแผนทริปของคุณได้ทันที
- โทร: 092 185 6699
- LINE: @DASHMV
- วันจันทร์ – เสาร์ เวลา 08:30 – 17:30 น.
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: กรมการขนส่งทางบก, สภาองค์กรของผู้บริโภค, สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน, และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ข้อมูลสถิติและมาตรการที่กล่าวถึงเป็นข้อมูล ณ ปี 2568 อาจมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมตามประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอนาคต



