คำว่า “รถบัส” จริง ๆ แล้วครอบคลุมรถโดยสารหลายรูปแบบ ไม่ได้มีเพียงรถ 30 หรือ 40 ที่นั่งเท่านั้น การแบ่งประเภทรถบัสสามารถดูได้จากหลายปัจจัย เช่น ขนาด จำนวนที่นั่ง รูปแบบตัวรถ จำนวนชั้น ลักษณะการใช้งาน และระดับความสะดวกภายในรถ
การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้เลือกเช่ารถได้ง่ายขึ้น เพราะบางครั้งรถที่มีจำนวนที่นั่งเท่ากันอาจเหมาะกับงานคนละประเภท
1. มินิบัส (Minibus)
มินิบัสเป็นรถโดยสารขนาดเล็กกว่ารถบัสทั่วไป เหมาะสำหรับกลุ่มผู้โดยสารขนาดเล็กถึงกลาง โดยจำนวนที่นั่งอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นและการจัดวางภายในรถ
จุดเด่นของมินิบัสคือมีขนาดกะทัดรัดกว่า จึงเหมาะกับการเดินทางที่ต้องเข้าออกสถานที่หลายแห่ง หรือเส้นทางที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่มากกว่ารถบัสขนาดใหญ่
เหมาะกับกลุ่มบริษัทขนาดเล็ก กลุ่มครอบครัว กลุ่มเพื่อน คณะนักเรียนขนาดเล็ก หรือกรุ๊ปท่องเที่ยวที่มีสมาชิกไม่มาก
2. รถบัสขนาด 15–32 ที่นั่ง

รถบัสหรือรถโดยสารขนาดประมาณ 15–32 ที่นั่ง เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคณะขนาดเล็กถึงกลางที่ต้องการพื้นที่และความสะดวกมากกว่ารถโดยสารขนาดเล็ก รถกลุ่มนี้สามารถนำมาใช้กับกิจกรรมบริษัท การเดินทางของสถานศึกษา กรุ๊ปท่องเที่ยว หรือการเดินทางเป็นหมู่คณะ หากมีผู้โดยสารประมาณ 20–25 คน รถขนาดนี้อาจมีพื้นที่เหลือสำหรับสัมภาระและช่วยให้ไม่ต้องใช้รถขนาดใหญ่เกินความจำเป็น
3. รถบัส 30–39 ที่นั่ง

รถบัส 30–39 ที่นั่งเป็นขนาดที่เหมาะกับคณะขนาดกลาง และเป็นหนึ่งในรูปแบบที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย บริษัทสามารถใช้สำหรับ Outing หรือสัมมนา โรงงานสามารถใช้สำหรับกิจกรรมพนักงาน ส่วนโรงเรียนและมหาวิทยาลัยสามารถใช้สำหรับทัศนศึกษา สำหรับกรุ๊ปท่องเที่ยว รถขนาดนี้เหมาะกับกลุ่มประมาณ 25–35 คน โดยควรเผื่อพื้นที่สำหรับสัมภาระหากเป็นทริปหลายวัน
4. รถบัส 40–45 ที่นั่ง

รถบัส 40–45 ที่นั่งเหมาะกับคณะขนาดกลางถึงใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการให้สมาชิกเดินทางพร้อมกันในรถคันเดียว นิยมใช้กับองค์กร โรงงาน สถานศึกษา กรุ๊ปทัวร์ และกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก หากมีผู้โดยสารประมาณ 35–40 คน รถขนาด 40–45 ที่นั่งจะมีพื้นที่เหลือสำหรับผู้โดยสารและสัมภาระมากกว่าการเลือกรถที่มีจำนวนที่นั่งพอดีกับจำนวนสมาชิก
5. รถบัสขนาดใหญ่
รถบัสขนาดใหญ่มีจำนวนที่นั่งมากกว่ารถบัสทั่วไป เหมาะกับคณะที่มีผู้โดยสารจำนวนมากและต้องการเดินทางพร้อมกัน การใช้รถขนาดใหญ่ช่วยลดความจำเป็นในการแบ่งผู้โดยสารออกเป็นหลายคัน ทำให้การจัดการเรื่องเวลา การนับจำนวนสมาชิก และการเดินทางตามโปรแกรมทำได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้รถขนาดใหญ่ควรดูข้อจำกัดของเส้นทางและสถานที่ปลายทางด้วย เพราะตัวรถมีขนาดใหญ่กว่าและต้องการพื้นที่ในการกลับรถหรือจอดมากขึ้น
ประเภทรถบัสตามจำนวนชั้น
อีกวิธีหนึ่งที่ใช้แบ่งประเภทรถบัสคือดูจากจำนวนชั้นของตัวรถ ซึ่งมีผลทั้งต่อจำนวนผู้โดยสาร พื้นที่ภายใน และลักษณะการใช้งาน
รถบัสชั้นเดียว (Single-Decker Bus)
รถบัสชั้นเดียวมีห้องโดยสารอยู่ในระดับเดียวกันทั้งหมด เป็นรูปแบบที่พบได้ทั่วไปสำหรับการเดินทางระยะใกล้และระยะไกล ข้อดีคือโครงสร้างไม่สูงมาก ทำให้สามารถเดินทางผ่านเส้นทางที่มีข้อจำกัดด้านความสูงได้ง่ายกว่ารถสองชั้น และมีลักษณะการควบคุมรถที่เหมาะกับเส้นทางหลากหลายรูปแบบ รถบัสชั้นเดียวสามารถใช้ได้ทั้งงานองค์กร ทัศนศึกษา การเดินทางของโรงงาน และกรุ๊ปท่องเที่ยว
รถบัสสองชั้น (Double-Decker Bus)
รถบัสสองชั้นมีพื้นที่สำหรับผู้โดยสาร 2 ระดับ จึงสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่ารถชั้นเดียวที่มีขนาดใกล้เคียงกัน จุดเด่นคือสามารถรองรับคนจำนวนมากในรถคันเดียว จึงเหมาะกับการเดินทางของคณะขนาดใหญ่หรือการใช้งานบางประเภทที่ต้องการเพิ่มความจุของผู้โดยสาร อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตัวรถมีความสูงมากกว่ารถชั้นเดียว จึงต้องคำนึงถึงข้อจำกัดของเส้นทาง เช่น สะพาน ทางลอด อาคาร หรือสถานที่ที่มีเพดานและโครงสร้างจำกัดความสูง
ประเภทรถบัสตามลักษณะการใช้งาน
นอกจากจำนวนที่นั่งและจำนวนชั้นแล้ว รถบัสยังสามารถแบ่งตามวัตถุประสงค์ในการใช้งานได้อีกด้วย
รถบัสโดยสารทั่วไป
เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อรับส่งผู้โดยสารในชีวิตประจำวัน มักพบในระบบขนส่งสาธารณะหรือเส้นทางที่มีการรับ–ส่งผู้โดยสารหลายจุด จุดสำคัญของรถประเภทนี้คือรองรับผู้โดยสารจำนวนมากและออกแบบให้เหมาะกับการขึ้นลงของผู้โดยสารเป็นระยะ
รถบัสท่องเที่ยว (Tour Bus)
รถบัสท่องเที่ยวออกแบบมาเพื่อการเดินทางระยะไกลและการเดินทางเป็นหมู่คณะ โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายของผู้โดยสารมากกว่ารถโดยสารที่เน้นรับ–ส่งระยะสั้น ภายในรถอาจมีเบาะนั่งที่ออกแบบสำหรับการเดินทางระยะไกล พื้นที่เก็บสัมภาระ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นและผู้ให้บริการ เหมาะกับกรุ๊ปทัวร์ บริษัท โรงเรียน หรือคณะที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัด

รถบัสรับส่งพนักงาน
รถประเภทนี้ใช้สำหรับรับ–ส่งพนักงานระหว่างบ้านหรือจุดนัดหมายกับโรงงาน สำนักงาน หรือสถานที่ทำงาน ลักษณะการใช้งานจะแตกต่างจากรถท่องเที่ยว เพราะมักเน้นการเดินทางตามเส้นทางและเวลาที่กำหนดเป็นประจำ บริษัทหรือโรงงานที่มีพนักงานจำนวนมากสามารถใช้รถประเภทนี้เพื่อจัดระบบการเดินทางให้เป็นระเบียบมากขึ้น

รถบัสสำหรับนักเรียนและนักศึกษา
เป็นรถที่นำมาใช้สำหรับการเดินทางของสถานศึกษา เช่น ทัศนศึกษา ค่ายกิจกรรม การแข่งขัน หรือกิจกรรมนอกสถานที่ ในการเลือกใช้รถสำหรับนักเรียนและนักศึกษา ควรให้ความสำคัญกับจำนวนผู้โดยสาร ความพร้อมของรถ คนขับ และระบบความปลอดภัยเป็นพิเศษ

รถบัสสำหรับองค์กร
รถสำหรับองค์กรไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นรถรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่เลือกตามจำนวนผู้เข้าร่วมและรูปแบบกิจกรรม เช่น สัมมนา Outing Team Building หรือกิจกรรมประจำปี หากเป็นกิจกรรมที่ต้องเดินทางหลายชั่วโมง ความสะดวกของที่นั่งและพื้นที่ภายในรถก็เป็นอีกปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณา

ประเภทรถบัสตามระดับความสะดวก
รถบัสที่มีจำนวนที่นั่งเท่ากันอาจมีความแตกต่างด้านอุปกรณ์และความสะดวกภายในรถ ดังนั้นก่อนเช่าจึงควรสอบถามรายละเอียดของรถแต่ละคันด้วย
รถบัสมาตรฐาน
เป็นรถที่เน้นการเดินทางและรองรับผู้โดยสารตามจำนวนที่นั่ง เหมาะกับทริปทั่วไปที่ต้องการรถสำหรับเดินทางเป็นกลุ่มโดยไม่ได้เน้นสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นพิเศษ
เหมาะกับการเดินทางระยะใกล้ ทริปองค์กร ทัศนศึกษา หรือการเดินทางที่ใช้เวลาไม่มาก
รถบัส VIP
รถบัส VIP จะเน้นความสะดวกสบายของผู้โดยสารมากขึ้น โดยอาจมีเบาะนั่งขนาดใหญ่ พื้นที่วางขาที่มากขึ้น หรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นรถและผู้ให้บริการ
เหมาะกับทริปที่ต้องเดินทางเป็นเวลานาน กลุ่มลูกค้าองค์กร หรือคณะที่ต้องการความสะดวกสบายเป็นพิเศษ
คำว่า “VIP” ไม่ได้มีมาตรฐานเดียวกันในรถทุกคัน ดังนั้นควรสอบถามรายละเอียดอุปกรณ์และรูปแบบเบาะนั่งก่อนจอง
ประเภทรถบัสที่เหมาะกับการเดินทางระยะไกล
หากต้องเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดที่อยู่ไกล หรือเป็นทริปหลายวัน ควรเลือกประเภทรถโดยให้ความสำคัญกับความสะดวกของผู้โดยสารมากกว่าจำนวนที่นั่งเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่
- ความสะดวกของเบาะนั่ง
- พื้นที่วางขา
- พื้นที่เก็บสัมภาระ
- ระบบปรับอากาศ
- ระยะเวลาที่ต้องอยู่บนรถ
- รูปแบบเส้นทาง
- จำนวนจุดแวะพัก
หากเป็นทริปหลายวันและผู้โดยสารมีกระเป๋าเดินทางทุกคน ควรแจ้งข้อมูลเรื่องสัมภาระก่อนจอง เพราะรถที่นั่งพอดีกับจำนวนคนอาจไม่ได้หมายความว่ามีพื้นที่เก็บกระเป๋าเพียงพอ
รถบัสแบบไหนเหมาะกับการเช่าพร้อมคนขับ?
หากเป็นการเดินทางแบบหมู่คณะ รถบัสหลายประเภทสามารถให้บริการพร้อมคนขับได้ แต่รูปแบบที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสารและลักษณะของทริป การเช่ารถพร้อมคนขับเหมาะกับผู้ที่ต้องการให้สมาชิกเดินทางพร้อมกัน โดยไม่ต้องจัดหาคนขับเอง และไม่ต้องให้สมาชิกหลายคนขับรถส่วนตัวตามกันไป
โดยเฉพาะการเดินทางต่างจังหวัดหรือทริปหลายวัน การมีคนขับที่รับผิดชอบรถตลอดการเดินทางช่วยให้ผู้โดยสารสามารถพักผ่อนและใช้เวลาไปกับกิจกรรมได้มากขึ้น
เลือกประเภทรถบัสอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด?
คำว่า “คุ้ม” ไม่ได้หมายถึงการเลือกรถที่ราคาถูกที่สุด แต่หมายถึงการเลือกรถที่เหมาะกับการใช้งานโดยไม่จ่ายเกินความจำเป็น หากมีผู้โดยสาร 20 คน การเลือกรถขนาด 40–45 ที่นั่งอาจมีพื้นที่เหลือมากเกินไป ขณะเดียวกัน หากมี 40 คนแล้วเลือกรถที่นั่งพอดีโดยไม่มีพื้นที่สำหรับสัมภาระ ก็อาจทำให้การเดินทางไม่สะดวก
วิธีเลือกที่ง่ายที่สุดคือเริ่มจาก 5 ข้อนี้
- มีผู้โดยสารกี่คน
- มีสัมภาระมากแค่ไหน
- เดินทางกี่ชั่วโมง
- ใช้รถกี่วัน
- เส้นทางและสถานที่ปลายทางมีข้อจำกัดหรือไม่
เมื่อมีข้อมูลเหล่านี้แล้วจึงค่อยเลือกประเภทรถที่เหมาะสม
DASH MV มีรถหลายขนาด รองรับการเดินทางหลายรูปแบบ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประเภทรถบัสเพื่อใช้งานจริง DASH MV มีรถหลายขนาดให้เลือกตามจำนวนผู้โดยสารและลักษณะของทริป ตั้งแต่ รถ 15–32 ที่นั่ง สำหรับกลุ่มขนาดเล็กและกลาง ไปจนถึง รถ 30–39 ที่นั่ง และ 40–45 ที่นั่ง สำหรับองค์กร โรงงาน สถานศึกษา และกรุ๊ปท่องเที่ยวที่มีสมาชิกจำนวนมาก DASH MV ให้บริการพร้อมคนขับ และสามารถช่วยประเมินประเภทรถจากรายละเอียดของทริป ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคน เส้นทาง วันที่เดินทาง จำนวนวัน และลักษณะของสัมภาระ

หากเป็นองค์กร สามารถดูบริการ เช่ารถบัสสำหรับองค์กร หรือหากเป็นโรงงาน สามารถดู เช่ารถบัสสำหรับโรงงาน สำหรับสถานศึกษาสามารถดู เช่ารถบัสสถานศึกษา และสำหรับกรุ๊ปท่องเที่ยวสามารถดู เช่ารถบัสท่องเที่ยว หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกรถประเภทใด เพียงแจ้งจำนวนผู้โดยสารและรายละเอียดการเดินทางกับทีมงาน DASH MV เพื่อให้ช่วยแนะนำขนาดรถที่เหมาะกับงานของคุณ
เพราะรถที่เหมาะกับทริป ไม่จำเป็นต้องเป็นรถที่ใหญ่ที่สุด แต่ควรเป็นรถที่ตอบโจทย์ทั้งจำนวนคน พื้นที่สัมภาระ เส้นทาง และรูปแบบการเดินทาง



